คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “มีเพจแล้ว ยังต้องทำเว็บไซต์อีกไหม” คำตอบสั้น ๆ คือเพจกับเว็บไซต์ทำคนละหน้าที่ เพจเก่งเรื่องทำให้คนเห็นเราเร็ว ส่วนเว็บไซต์เก่งเรื่องทำให้คนที่เห็นแล้วตัดสินใจเชื่อ

สามอย่างที่เพจทำแทนไม่ได้

หนึ่ง — เป็นเจ้าของช่องทางเอง เพจอยู่บนแพลตฟอร์มของคนอื่น กติกาการมองเห็นเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ วันที่โพสต์ถึงคนน้อยลงครึ่งหนึ่ง เราทำอะไรไม่ได้เลย ส่วนเว็บไซต์กับโดเมนเป็นทรัพย์สินของเราจริง ๆ ย้ายผู้ให้บริการได้ ปรับได้ตามใจ

สอง — คนหาเจอตอนที่กำลังจะซื้อ คนเปิดโซเชียลเพื่อดูอะไรเพลิน ๆ แต่เปิดเครื่องมือค้นหาเพราะกำลังหาอะไรอยู่จริง ๆ คำค้นอย่าง “รับทำ… ใกล้ฉัน” หรือ “… อำเภอ…” คือคนที่พร้อมจ่าย เว็บไซต์คือสิ่งที่ทำให้เราไปโผล่ในจังหวะนั้น

สาม — ความน่าเชื่อถือ ก่อนตัดสินใจจ้างงานสักชิ้น คนส่วนใหญ่จะค้นชื่อเราดูก่อน เจอเว็บไซต์ที่มีข้อมูลครบ มีที่อยู่ มีผลงาน กับเจอแค่เพจที่โพสต์ล่าสุดเมื่อสามเดือนก่อน สองอย่างนี้ให้ความรู้สึกต่างกันมาก

เว็บไซต์ที่ “ใช้งานได้จริง” ต้องมีอะไร

  • บอกให้ชัดใน 5 วินาทีแรก ว่าเราทำอะไร ให้ใคร อยู่ที่ไหน
  • ราคาหรือขอบเขตงาน ไม่ต้องบอกทุกบาท แต่ต้องพอให้คนประเมินได้ว่าคุยกันต่อได้ไหม
  • ช่องทางติดต่อที่กดแล้วทำงานทันที กดโทรออกได้ กดเปิดไลน์ได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องจดใส่กระดาษ
  • ผลงานหรือเสียงจากลูกค้าจริง ภาพงานจริงหนึ่งภาพ มีน้ำหนักกว่าคำโฆษณาสิบบรรทัด
  • เปิดบนมือถือแล้วเร็ว คนส่วนใหญ่เข้าจากมือถือ ถ้าโหลดเกินสามวินาที จำนวนไม่น้อยจะปิดทิ้งก่อนเห็นอะไรเลย

สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ยังมีอีกชั้นหนึ่ง

หน่วยงานรัฐมีเหตุผลเพิ่มขึ้นมาอีกข้อ คือหน้าที่ตามกฎหมายและเกณฑ์การประเมิน ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ช่องทางร้องเรียน และการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องมีบนเว็บไซต์ของหน่วยงาน ไม่ใช่บนเพจ

สรุปคือไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ใช้เพจดึงคนเข้ามา แล้วให้เว็บไซต์ทำหน้าที่ปิดการตัดสินใจ